21 ธันวาคม 2012

โลกยัีงคงปลอดภัยดี ไปอีกคราหนึ่ง เริ่มนับปฏิทินมายันรอบที่ 13

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ชาวบ้านแคนาดาตะลึง เจอก้อนน้ำแข็งยักษ์ลอยใกล้ฝั่ง

ก้อนนำแข็งยักษ์ แคนาดา

ก้อนน้ำแข็งยักษ์ ที่อ่าวกูส โคฟ ประเทศแคนาดา

ทำเอาชาวบ้านตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน เมื่อก้อนน้ำแข็งยักษ์ขนาดมหึมา ลอยมาใกล้ฝั่งที่อ่าวกูส โคฟ เมืองนิวฟาวด์แลนด์ ทางตะวันออกของแคนาดา ใกล้ชนิดที่เรียกว่าทำให้เรือต่าง ๆ ที่สัญจรไปมาเข้ามาเทียบฝั่งไม่ได้เลยทีเดียว

ภาพที่อวดความน่ามหัศจรรย์ของธรรมชาตินี้ถูกบันทึกไว้โดย จีน แพที ช่างภาพรายหนึ่งที่อยู่ในบริเวณนั้น โดยคาดว่าก้อนน้ำแข็งยักษ์ก้อนนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่หลุดออกมาจากก้อน ใหญ่ที่กรีนแลนด์ ดินแดนที่อยู่ทางเหนือสุดของโลก และลอยลงตามกระแสน้ำเรื่อย ๆ จนมาติดอยู่ที่อ่าวกูส โคฟ เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นมันก็เริ่มแตกออก และค่อย ๆ ละลายไป

ทั้งนี้ ยังไม่มีแหล่งข้อมูลที่ชัดเจนว่าไอซ์เบิร์กยักษ์ก้อนดังกล่าว แตกหรือหลุดออกมาจากธารน้ำแข็งใด แต่เมื่อช่วงวันที่ 5 สิงหาคมปีที่ผ่านมา ได้มีปรากฎการณ์น้ำแข็งจากธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์ แตกแยกตัวออกมาจากธารน้ำแข็งหลัก ชิ้นส่วนนั่นคือธารน้ำแข็งปีเตอร์แมนน์ (Peterman Glacier) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในกรีนแลนด์ โดยส่วนที่แยกตัวออกถูกตั้งชื่อว่า PII-A (Petermann Ice Island-A) ซึ่งมีพื้นที่ราว 251 ตารางกิโลเมตร หรือใหญ่เป็น 4 เท่าของเกาะแมนฮัตตัน


ก้อนนำแข็งยักษ์

ชิ้นส่วนธารน้ำแข็งปีเตอร์แมนน์ ปี 2010

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด PII-A มีขนาดเล็กลงเหลือราว 55 ตารางกิโลเมตร จากการสูญเสียพื้นผิวไปกับการละลายและถูกกัดเซาะโดยกระแสน้ำ แต่ยังคงมองเห็นได้ชัดจากอวกาศ ลอยตามกระแสน้ำมาทางเกาะนิวฟาวด์แลนด์เช่นกัน แต่คาดว่ามันจะมีขนาดเล็กลงอีกเมื่อเข้าใกล้ตัวเกาะมากขึ้น ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานอันตรายที่เกิดจาก PII-A นอกเสียจากการคาดการณ์ว่ามันอาจเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ


ธารน้ำแข็ง
ชิ้นส่วนธารน้ำแข็ง PII-A ปัจจุบัน ก.ค. ปี 2011

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก foxcrawl.com, earthobservatory.nasa.gov, earthobservatory.nasa.gov

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วมกรุงโซล ฝนถล่มทำไฟฟ้าดับ จราจรอัมพาต

น้ำท่วม กรุงโซล
น้ำท่วม กรุงโซล

น้ำท่วม กรุงโซล
น้ำท่วม กรุงโซล


น้ำท่วม กรุงโซล
น้ำท่วม กรุงโซล

น้ำท่วม กรุงโซล
น้ำท่วม กรุงโซล


กรุงโซลจมน้ำ ฝนถล่มทำไฟฟ้าดับ จราจร-ใต้ดิน กรุงโซลเป็นอัมพาตรับเทศกาลชูซอก (ปิงบุ๊ค)

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2553 เวลา 17.00 น. ท่ามกลางวันหยุดในเทศกาลชูซอก (21 - 23 กันยายน) กรมอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์คำเตือนว่ากรุงโซลจะถูกพายุฝนถล่มในวันอังคาร ในขณะที่ทางฝั่งทิศตะวันตกของทะเลเหลืองจะประสบกับฝนฟ้าคะนองกระจายตั้งแต่ ช่วงค่ำของวันอังคารไปจนถึงช่วงเช้าวันพฤหัสบดี

ขณะนี้ปริมาณฝนที่ตกลงมาในกรุงโซลสามารถวัดได้สูงกว่า 245 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง (เมื่อเวลา 17.10 น.) ในขณะเดียวกันบริเวณรอบนอกทางฝั่งอินชอน และยังพยองก็มีปริมาณฝนที่ตกลงมามากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง โดยทางด้านกรมอุตุฯ รายงานว่าฝนจะตกไปต่อเนื่องจนถึงค่ำคืนวันที่ 21 กันยายน

ตำรวจเปิดเผยว่าเนื่องจากปริมาณฝนที่ตกลงมาส่งผลให้เส้นทางการจราจรกว่า 16 เส้นทางเป็นอัมพาต ในขณะที่บ้านกว่า 100 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้

ข้อมูลจาก http://hilight.kapook.com/view/52219

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เตือนภัยสึนามินิวซีแลนด์และตองกา หลังเจอแผ่นดินไหว 7.8 ริกเตอร์

ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกออกประกาศเตือนภัยสึนามิ สำหรับนิวซีแลนด์ หมุ่เกาะเคอร์มาเดกและตองกาเช้าวันนี้(7) หลังเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลรุนแรงระดับ 7.8

สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเวลา 07.30 น.ของวันพฤหัสบดี ตามเวลาท้องถิ่น(ตรงกับเมืองไทย 02.30น.) ณ ความลึก 48 กิโลเมตร ห่างจากเกาะเราอูล หนึ่งในหมู่เกาะเคอร์มาเดกของนิวซีแลนด์ ไปทางตะวันออก 211 กิโลเมตร


แต่ไม่มีที่ใดได้รับความเสียหาย

พายุทรายถล่มสหรัฐฯ ปกคลุมรัฐ "แอริโซนา"


ที่รัฐแอริโซนาทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เกิดพายุทรายพัดเข้าปกคลุมโดยเม็ดทรายจำนวนมหาศาลและฝุ่นผงถูกลมพัดพามาด้วย ความ เร็วถึง 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนทางการต้องออกเตือนภัยจากพายุทราย และจาก อากาศร้อนในพื้นที่เมืองฟีนิกซ์ ส่งผลให้ประชาชน ต้องเผชิญความยากลำบากในการ เดินทาง เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงเหลือระดับศูนย์จนแทบจะไม่สมารถ ขับขี่รถยนต์ตามท้องถนนได้

พายุทอร์นาโดอย่างน้อย 2 ลูก ได้พัดถล่มพื้นที่ทางตะวันตก และตอนกลางของรัฐ แมสซาสชูเซส ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 4 คน บาดเจ็บอีกหลายสิบคน ประชาชนกว่า 48,000 ครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซส ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน พร้อมระดมกำลังทหารกว่า 1,000 นาย ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัย ส่วนความเสียหายยังไม่ทราบแน่ชัด ล่าสุด พายุทอร์นาโดได้เคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งหน่วยพยากรณ์อากาศแห่งชาติของสหรัฐ ได้ประกาศเตือนประชาชน ในพื้นที่ตั้งแต่รัฐนิวเจอร์ซี่ ไปจนถึงรัฐเมนท์ รวมทั้งนครนิวยอร์ค และบอสตันให้ระมัดระวังภัยจากพายุทอร์นาโด ซึ่งคาดว่า จะส่งผลให้มีพายุฝนฟ้าคะนอง และลูกเห็บที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 2 นิ้ว

ขณะที่หน่วยพยากรณ์อากาศของเม็กซิโก คาดการณ์ว่า ช่วงฤดูพายุเฮอริเคนในปีนี้ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน จะมีพายุเฮอริเคน หรือพายุโซนร้อนราว 16 ลูกพัดถล่มเม็กซิโก ขณะที่ในสหรัฐ อาจะถูกพายุถึง 18 ลูกพัดเข้าถล่มโดย 3 ถึง 6 ลูกเป็นพายุเฮอริเคนที่มีกำลังแรง ซึ่งเป็นผลมาจากปรากฏการณ์เอล นีโน่ และ ลา ณีญ่า

ส่วนที่อิรัก เกิดพายุทรายพัดปกคลุมเหนือท้องฟ้าในกรุง แบกแดด และจังหวัดใกล้เคียง ส่งผลให้การจราจรในเมืองหลวงติดขัด เนื่องจากทัศนวิสัยย่ำแย่และมีระยะการมองเห็นเพียงไม่กี่เมตร ขณะที่ประชาชนล้มป่วยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

นาซาแจ้งพายุสุริยะทำญี่ปุ่นดินไหว 6.7 ริกเตอร์


ข่าวต่างประเทศ วันพฤหัสบดีที่ 23 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2554 15:40 น.

"สมิทธ" เผย นาซา แจ้งเกิดระเบิดผิวดวงอาทิตย์เข้าสู่โลก กระทบมหาสมุทร แปซิฟิก อินเดีย คืนนี้อย่างช้า พรุ่งนี้คาดอาจเกิดกระแสลมแปรปรวน ภัยธรรมชาติ ชี้ ไทยไม่รุนแรง พายุสุริยะทำเกาะฮอนชู ญี่ปุ่น เกิดแผ่นดินไหว 6.7 ริกเตอร์ เมื่อเช้านี้

นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้รับรายงานจากองค์การนาซาของสหรัฐอมเริกา แจ้งว่าได้ปรากฏการณ์อาทิตย์สุริยะ จากการระเบิดของผิวดวงอาทิตย์ขึ้น ซึ่งคาดว่า จะเข้าถึงโลก และกระทบต่อมหาสมุทรแปซิฟิก และอินเดีย ในคืนนี้ หรือ อย่างช้าที่สุด คือ วันพรุ่งนี้ โดยจะส่งผลให้เกิดกระแสลมแปรปรวนและภัยธรรมชาติได้ อาทิ เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม ซึ่งในส่วนของประเทศไทย อาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ไม่รุนแรง

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลขององค์การนาซา ระบุว่า ปรากฏการณ์พายุสุริยะ จะทำให้โลกเกิดภัยธรรมชาติ อาทิ พายุ และแผ่นดินไหว โดยล่าสุดการเกิดแผ่นดินไหวนอกฝั่งฮอนชู ของประเทศญี่ปุ่น 6.7 ริกเตอร์ เมื่อเช้าวันนี้ ก็มีสาเหตุส่วนหนึ่ง มาจากพายุสุริยะเช่นกัน ซึ่งหลายประเทศควรเตรียมข้อมูลมาศึกษา เพื่อจัดทำแผนเตือนภัยล่วงหน้า

ข้อมูลจาก http://www.innnews.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

16 มิย.พระจันทร์สีเลือด




16 มิ.ย.นี้จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง ครั้งแรกในรอบ 4 ปี กินเวลาเกิดปรากฏการณ์ทั้งสิ้น 3.39 ชั่วโมง

วันที่ 16 มิ.ย.นี้จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็ม ดวง กินเวลาเกิดปรากฏการณ์ทั้งสิ้น 3.39 ชั่วโมง นับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นยาวนานและสามารถเฝ้าชมได้ตลอดทั้งเหตุการณ์หาก ท้องฟ้าเป็นใจ ไม่มีเมฆฝนบดบัง

ปรากฏการณ์ครั้งนี้เริ่มตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไป โดย 01.22 น. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามืดบางส่วน และการเกิดคราสในเวลา 02.22 น. ดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าสู่กึ่งกลางเงามืดของโลก ยาวนานกว่า 1.40 ชั่วโมง และสิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลา 04.00 น.โดยประมาณ

ความพิเศษอยู่ที่ดวงจันทร์ปรากฏสีแดงส้มหรือแดงอิฐ จากการหักเหของแสงสีขาว ทำให้สีแดง ส้ม ตกกระทบบนพื้นผิวดวงจันทร์ และจันทรุปราคาครั้งนี้มีโอกาสเห็นทางช้างเผือกในคืนวันเพ็ญ ขณะที่ดวงจันทร์ถูกเงาโลกบดบังทั้งดวง

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า สดร.เตรียมพร้อมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์จันทรุปราคาในคืนวันที่ 16 มิ.ย.นี้ ผ่านเว็บไซต์ www.narit.or.th โดยได้รับความร่วมมือจากหอดูดาวภูมิภาคทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ หอดูดาวภูมิภาคเชียงใหม่ที่ละติจูด 18 องศา หอดูดาวภูมิภาคฉะเชิงเทราที่ละติจูด 13 องศา และหอดูดาวภูมิภาคสงขลาที่ละติจูด 7 องศา

"เชื่อว่าจะไม่เกิดฝนพร้อมกันทั้ง 3 จุดถ่ายทอด จนทำให้ไม่สามารถสังเกตและบันทึกภาพปรากฏการณ์จันทรุปราคาผ่านกล้องดูดาวครั้งนี้ได้เลย" ดร.ศรัณย์ กล่าว

พร้อมกันนี้ ในคืนวันที่ 16 มิ.ย. ยังจะเห็นปรากฏการณ์ดวงจันทร์เคลื่อน ที่ไปบังดาวฤกษ์ที่ชื่อว่า 51 โอฟีอุชชี (Ophiuchi) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์สีขาวอยู่นอกระบบสุริยะ มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์มาก แต่อยู่ไกลจากโลกถึง 446.35 ปีแสง โดยจะสังเกตเห็นดาวฤกษ์ดวงนี้เริ่มหายเข้าไปหลังดวงจันทร์สีแดงอิฐ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาหรือจันทรคราส เกิดขึ้นจากที่ดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์ โคจรมาเรียงตัวอยู่ในระนาบเดียวกัน ซึ่งเกิดขึ้นปีละ 2 ครั้ง แต่ใช่ว่าจะเห็นได้จากทุกมุมโลก เช่นครั้งนี้ที่เห็นได้ชัดเจนเฉพาะประเทศในแถบเอเชีย แอฟริกาและตะวันออกกลาง ขณะที่อเมริกาอาจต้องรอลุ้นชมจันทรุปราคาอีก ครั้งในวันที่ 10 ธ.ค.2554 คาดว่าจะเห็นแสงแรกจากกล้องดูดาวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ของหอดูดาวแห่งชาติบนดอยอินทนนท์ ซึ่งคนไทยจะได้เฝ้าชมปรากฏการณ์จันทรุปราคาได้อีกครั้งหนึ่ง

ข้อมูลจาก http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/science/20110607/394303/news.html

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไทยพีบีเอส

โทร. 0-2791-1113 และ 0-2791-1385-7

มีทีวีแค่ช่องเดียวที่ทำงานตลอดในช่วงนี้
และเปิดเบอร์ให้ผู้ประสบภัยโทรมาขอความช่วยเหลือ

ดังนั้น ควรบันทึกเบอร์นี้ไว้ยามฉุกเฉิน

ขอชมเชย ไทยทีบีเอส ไว้ ณ ที่นี้ด้วย
พวกท่านคือสื่อที่ดีจริงๆ ในยามยากลำบากของพี่น้องชาวไทย
เราขอชื่นชม
และอธิษฐานเพื่อองค์กรของท่าน

ขอพระเจ้าอวยพระพร